บทความ

Forex เล่นยังไง? วิธีเทรดฟอเร็กซ์สำหรับมือใหม่หัดเล่น

คู่มือการเทรด Forex ฉบับนี้ออกแบบมาสำหรับนักเทรด Forex มือใหม่ที่ต้องการเรียนรู้วิธีเทรด Forex ตั้งแต่เริ่มต้น ครอบคลุม 8 ขั้นตอนสำคัญ ตั้งแต่ทำความเข้าใจการเทรด Forex, เลือกวิธีการเทรด, เลือกโบรกเกอร์, เปิดและฝากเงินเข้าบัญชีเทรด, วิเคราะห์คู่เงิน, สร้างแผนการเทรด, เปิดออเดอร์ และติดตามสถานะการเทรดของคุณ

ขั้นตอนที่สิ่งที่ต้องทำรายละเอียด
1ทำความเข้าใจการเทรด Forexเรียนรู้กลไกหลัก 7 ประการของ Forex ได้แก่ คู่สกุลเงิน, การซื้อและการขาย, pip, spread, leverage และ margin, ปัจจัยที่กระทบตลาด, และเวลาทำการของตลาด
2เลือกวิธีการเทรด Forexเลือกจาก 4 วิธี ได้แก่ Spot Forex, Forex CFDs, Forex Options, หรือ Forex Futures โดยพิจารณาจากเป้าหมาย, ขนาดทุน, และระดับความเสี่ยงที่รับได้
3เลือกโบรกเกอร์ Forexประเมินโบรกเกอร์ใน 13 เกณฑ์ ได้แก่ ใบอนุญาตกำกับดูแล, รูปแบบการ execute คำสั่ง, ประวัติความน่าเชื่อถือ, วิธีฝาก-ถอนเงิน, ค่าใช้จ่ายในการเทรด, คุณภาพการ execute, เงื่อนไข leverage, เวลาทำการ, ช่วงสินค้า, ประเภทบัญชี, ฟีเจอร์แพลตฟอร์ม, สื่อการเรียนรู้, และบริการลูกค้า
4เปิดบัญชีเทรด Forexเข้าเว็บไซต์โบรกเกอร์, สมัครและยืนยันตัวตน, ฝากเงิน, และเข้าใช้งานแพลตฟอร์มเทรด
5ศึกษาคู่สกุลเงินที่จะเทรดประเมินคู่สกุลเงินใน 5 ปัจจัย ได้แก่ ช่วงเซสชันการเทรด, สภาพคล่องและปริมาณซื้อขาย, ความผันผวน, ความเข้ากันได้กับกลยุทธ์, และความแข็งแกร่งของสกุลเงิน
6วางแผนการเทรด Forexกำหนด 7 องค์ประกอบในแผนของคุณ: เป้าหมายการเทรด, ตลาดและคู่เงิน, กลยุทธ์การเทรด, กฎการเข้าออเดอร์, กฎการปิดออเดอร์, กฎการบริหารความเสี่ยง และเกณฑ์การจดบันทึกการเทรด (Journal)
7เปิดออเดอร์เทรดยืนยันราคาและทิศทาง, คำนวณขนาดไม้ (Position Size), ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop-loss) และจุดเก็บกำไร (Take-profit) จากนั้นจึงส่งคำสั่งซื้อขาย
8ติดตามการเทรดของคุณเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของราคา ความผันผวน และการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ จากนั้นจึงปิดสถานะเมื่อราคาถึงจุด Stop-loss, Take-profit หรือเมื่อเงื่อนไขตามแผนที่วางไว้บรรลุผล

1. ทำความเข้าใจการเทรด Forex คืออะไร - จุดเริ่มต้นสำหรับมือใหม่

การเทรด Forex คือการซื้อและขายสกุลเงินในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน การซื้อขายเกิดขึ้นในตลาด OTC (Over-the-Counter) ซึ่งผู้เข้าร่วมตลาดซื้อขายกันโดยตรงโดยไม่ผ่านตลาดกลาง

กลไกหลัก 7 ประการในการเทรด Forex มีดังนี้

1. คู่สกุลเงิน (Currency Pairs)

การเทรด Forex ซื้อขายเป็นคู่เสมอ เช่น EUR/USD สกุลเงินแรกเรียกว่า Base Currency และสกุลเงินที่สองเรียกว่า Quote Currency

2. การซื้อและการขาย (Buying and Selling)

หากคาดว่า Base Currency จะแข็งค่าขึ้น ให้ซื้อคู่สกุลเงินนั้น และหากคาดว่าจะอ่อนค่าลง ให้ขาย

3. การเคลื่อนไหวของราคา (Pips)

คู่สกุลเงินส่วนใหญ่เคลื่อนไหวเป็นหน่วยละ 0.0001 และหน่วยนี้เรียกว่า Pip

4. ส่วนต่างราคา (Spreads)

Spread คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) โดยราคาต้องเคลื่อนไหวเกินกว่า Spread จึงจะเริ่มทำกำไรได้

5. Leverage และ Margin

Leverage ช่วยให้คุณควบคุม Position ขนาดใหญ่ได้ด้วยเงินทุนที่น้อยกว่า ส่วน Margin คือเงินประกันขั้นต่ำที่ต้องวางเพื่อเปิด Position

6. ปัจจัยที่กระทบตลาด (Market Factors)

อัตราดอกเบี้ย, ข้อมูลเศรษฐกิจ, และนโยบายของธนาคารกลางล้วนส่งผลต่อราคาสกุลเงิน

7. เวลาทำการของตลาด (Trading Hours)

ตลาด Forex เปิดทำการ 24 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์

การทำความเข้าใจกลไกของการเทรด Forex ถือเป็นสิ่งจำเป็นก่อนเปิดออเดอร์ใด ๆ เพราะทุก Position มีความเสี่ยงที่ต้องรับ มีผลกระทบจาก Leverage และมีต้นทุนในการทำธุรกรรม การเข้าใจโครงสร้างตลาด กลไกการกำหนดราคา และการ Execute คำสั่งอย่างถ่องแท้ จะช่วยลดข้อผิดพลาดที่ป้องกันได้ และเสริมความสามารถในการบริหารความเสี่ยงก่อนก้าวสู่การเทรดด้วยเงินจริง นักเทรด Forex มือใหม่ที่เข้าใจพื้นฐานเหล่านี้อย่างแน่นแฟ้นจะมีความได้เปรียบอย่างมากเมื่อเริ่มเทรดจริง

ช่วงเวลาตลาด Forex ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)

สำหรับนักเทรดไทย ตลาด Forex เปิด 4 เซสชันหลักตามเวลาไทยดังนี้:

เซสชันเวลาไทยลักษณะตลาด
ซิดนีย์05:00 — 14:00 น.ความผันผวนต่ำ เหมาะสำหรับฝึกมือ
โตเกียว07:00 — 16:00 น.USD/JPY และ AUD/USD เคลื่อนไหวแรง
ลอนดอน14:00 — 23:00 น.ปริมาณซื้อขายสูง Spread แคบ
นิวยอร์ก19:00 — 04:00 น.ผันผวนสูงสุด โดยเฉพาะช่วง 19:00–23:00 น.

ช่วงที่ ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน (19:00 — 23:00 น. ตามเวลาไทย) คือช่วงที่มีปริมาณซื้อขายสูงที่สุดของวัน เหมาะกับนักเทรดไทยที่ต้องการ Spread แคบและโอกาสทำกำไรสูงสุด

2. เลือกวิธีการเทรด Forex

วิธีการเทรด Forex คือรูปแบบสัญญาที่ใช้ในการซื้อขายในตลาดสกุลเงิน โดยวิธีที่เลือกจะกำหนดว่าสัญญาทำงานอย่างไร คำนวณกำไรและขาดทุนอย่างไร และมีการชำระราคาอย่างไร

วิธีการเทรด Forex แต่ละประเภทมีระดับการมีส่วนร่วมของผู้เล่นในตลาดที่แตกต่างกัน โดยในปี 2025:

  • Spot Forex คิดเป็นประมาณ 30% ของปริมาณการเทรด Forex รายวันทั้งหมด (ราว 2.96 ล้านล้านดอลลาร์) ทำให้เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุด

  • Forex Options คิดเป็นประมาณ 6–7% ของปริมาณการซื้อขายทั่วโลก

  • Forex Futures คิดเป็นประมาณ 2–3%

สัดส่วนนี้สะท้อนให้เห็นความแตกต่างด้านสภาพคล่องและการใช้งานในตลาดของแต่ละวิธี

วิธีการเทรด Forex หลักสำหรับนักเทรดรายย่อยมี 4 ประเภท ได้แก่

  1. Spot Forex (การซื้อขายทันที)

  2. Forex CFDs (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง)

  3. Forex Options (ออปชัน)

  4. Forex Futures (ฟิวเจอร์ส)

Spot Forex คือการแลกเปลี่ยนสกุลเงินหนึ่งเป็นอีกสกุลเงินหนึ่งโดยตรงในราคาตลาดปัจจุบัน โดยมีการชำระราคาภายใน 2 วันทำการ Spot Forex ให้การเข้าถึงตลาดได้ทันที พร้อมสภาพคล่องสูงและ Spread ที่แคบ

Forex CFDs (Contracts for Difference) คือสัญญาอนุพันธ์ที่เปิดโอกาสให้นักเทรดเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสกุลเงินโดยไม่ต้องถือครองสกุลเงินจริง Forex CFDs รองรับการเทรดแบบ Leverage และสามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลงด้วยเงินทุนเริ่มต้นที่น้อยกว่า

Forex Options คือสัญญาที่ให้สิทธิ์แก่ผู้ซื้อในการซื้อหรือขายคู่สกุลเงินที่ราคาที่กำหนดไว้ก่อนวันหมดอายุ โดยไม่มีภาระผูกพันในการใช้สิทธิ์ Forex Options จำกัดการขาดทุนสูงสุดไว้เพียงเท่ากับเบี้ยประกัน (Premium) ที่จ่ายไป ขณะที่ยังคงโอกาสทำกำไรไว้อย่างเต็มที่

Forex Futures คือสัญญามาตรฐานที่ซื้อขายบนตลาดที่มีการกำกับดูแล เพื่อซื้อหรือขายคู่สกุลเงินในราคาที่กำหนดไว้ ณ วันที่ระบุในอนาคต Forex Futures มีระบบการชำระราคาแบบรวมศูนย์และราคาที่โปร่งใส ช่วยลดความเสี่ยงจากคู่สัญญา

3. วิธีเลือกโบรกเกอร์ Forex - สิ่งที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนเปิดบัญชี

โบรกเกอร์ Forex คือตัวกลางทางการเงินที่เชื่อมต่อนักเทรดรายย่อยเข้าสู่ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โบรกเกอร์ทำหน้าที่เชื่อมคุณเข้ากับสภาพคล่องของตลาด จัดหาแพลตฟอร์มเทรด Execute คำสั่ง และให้บริการ Leverage และ Margin

ตรวจสอบ 13 เกณฑ์ต่อไปนี้เพื่อเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่เหมาะกับความต้องการของคุณ:

1. สถานะใบอนุญาต (Regulatory Status)

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโบรกเกอร์ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินที่เป็นที่ยอมรับ การมีใบอนุญาตช่วยเสริมความคุ้มครองเงินทุนของลูกค้า ความโปร่งใส และการกำกับดูแลการดำเนินงาน ควรให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล ความปลอดภัย ต้นทุนการเทรด และความหลากหลายของสินทรัพย์

2. รูปแบบการ Execute คำสั่ง (Execution Model)

ทำความเข้าใจว่าโบรกเกอร์ใช้รูปแบบ STP, ECN หรือ Market Maker โครงสร้างการ Execute ส่งผลต่อ Spread, Slippage และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น

3. ประวัติในอุตสาหกรรม (Industry Track Record)

ตรวจสอบประวัติการดำเนินงาน ชื่อเสียง และการถูกดำเนินการจากหน่วยงานกำกับดูแลในอดีต โบรกเกอร์ที่อยู่มานานและมีเสถียรภาพช่วยลดความเสี่ยงจากคู่สัญญา

4. วิธีฝากและถอนเงิน (Funding and Withdrawal Process)

ประเมินช่องทางการฝากเงิน ความเร็วในการดำเนินการ ค่าธรรมเนียม และความน่าเชื่อถือในการถอนเงิน การเคลื่อนย้ายเงินทุนที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเทรดที่ซื้อขายบ่อย

5. ต้นทุนการเทรด (Trading Costs)

เปรียบเทียบ Spread, ค่าคอมมิชชัน และ Swap Rate ต้นทุนธุรกรรมที่ต่ำกว่าช่วยเพิ่มผลตอบแทนในระยะยาว โดยเฉพาะกับกลยุทธ์ที่เทรดบ่อยหรือ Intraday

6. คุณภาพการ Execute คำสั่ง (Order Execution Quality)

ประเมินความเร็วในการ Execute, ความถี่ของ Slippage, การ Requote และความน่าเชื่อถือในการ Fill คำสั่ง โครงสร้างพื้นฐานการ Execute ที่แข็งแกร่งรองรับกลยุทธ์ที่ต้องการความแม่นยำสูง

7. เงื่อนไข Leverage (Leverage Terms)

ตรวจสอบ Leverage สูงสุด, ข้อกำหนด Margin และนโยบาย Margin Call Leverage ที่เลือกควรสอดคล้องกับกรอบการบริหารความเสี่ยงของคุณ

8. เวลาทำการของตลาด (Market Access Hours)

ยืนยันการครอบคลุมช่วงเซสชันการเทรดและนโยบายช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โบรกเกอร์ควรให้การเข้าถึงที่เสถียรตลอดเซสชัน Forex หลักทั่วโลก

9. ความหลากหลายของสินค้า (Product Range)

ตรวจสอบคู่สกุลเงินที่รองรับ ทั้ง Majors, Minors และ Exotics รวมถึงสินทรัพย์อื่น เช่น ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์ หรือ CFDs ความหลากหลายของสินทรัพย์ควรตรงกับความต้องการในการกระจายกลยุทธ์ของคุณ

10. ประเภทบัญชี (Account Options)

ประเมินโครงสร้างบัญชีที่มี ทั้งบัญชี Standard, ECN, Raw Spread, Islamic, Demo และ Professional เลือกโครงสร้างที่เหมาะกับขนาดเงินทุนและความต้องการด้านการ Execute ของคุณ

11. ฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มเทรด (Trading Platform Features)

วิเคราะห์เครื่องมือการวิเคราะห์กราฟ, ประเภทคำสั่ง, การรองรับ Algorithmic Trading และเสถียรภาพของแพลตฟอร์ม ลองใช้แพลตฟอร์มจริงเพื่อดูว่าเหมาะกับกลยุทธ์ FX ของคุณหรือไม่

12. สื่อการเรียนรู้ (Educational Resources)

ประเมินคุณภาพของบทวิเคราะห์ตลาด, Webinar, บทเรียน และเครื่องมือวิเคราะห์ สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพช่วยสนับสนุนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ

13. คุณภาพบริการลูกค้า (Customer Service Quality)

ทดสอบเวลาตอบสนอง, การรองรับหลายภาษา และประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา การสนับสนุนด้านปฏิบัติการมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงที่ตลาดผันผวน


โบรกเกอร์ที่ดีที่สุดคือโบรกเกอร์ที่สอดคล้องกับวิธีการเทรด, ขนาดเงินทุน, ระดับความเสี่ยงที่รับได้ และโฟกัสของตลาดคุณ ทำความเข้าใจ วิธีการเลือกโบรกเกอร์ Forex จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลมากขึ้น

นักเทรดมือใหม่อาจให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง, เงินฝากขั้นต่ำที่ต่ำ และแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย ในขณะที่นักเทรดที่มีประสบการณ์อาจมุ่งเน้นที่ Spread ที่แคบกว่า, การ Execute ที่รวดเร็ว และเครื่องมือขั้นสูง ควรเปรียบเทียบโบรกเกอร์กับความต้องการการเทรดของตัวเองจริง ๆ ไม่ใช่เลือกตามการโฆษณาหรือโปรโมชันที่ดูน่าสนใจ

4. เปิดบัญชีเทรด Forex

บัญชีเทรด Forex คือบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ช่วยให้คุณเข้าถึงตลาด Forex ส่งคำสั่งซื้อขาย รวมถึงบริหารจัดการหลักประกัน (Margin) และเลเวอเรจ (Leverage) โดยบัญชีนี้จะเชื่อมต่อเงินทุนของคุณเข้ากับแพลตฟอร์มการเทรดของโบรกเกอร์และผู้ให้บริการสภาพคล่อง

4 ขั้นตอนในการเปิดบัญชีเทรด Forex:

1. ไปที่เว็บไซต์ของโบรกเกอร์ Forex

เข้าสู่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของโบรกเกอร์ที่คุณเลือก ตรวจสอบประเภทบัญชี ข้อมูลการกำกับดูแล เงื่อนไขการเทรด และตัวเลือกแพลตฟอร์มต่างๆ ให้ละเอียดก่อนเริ่มดำเนินการสมัคร

2. เปิดบัญชีเทรดจริง (Live Account)

กรอกแบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์เพื่อเปิดบัญชีเทรด คุณจะต้องระบุข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ปัจจุบัน วันเดือนปีเกิด และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี


  • โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะกำหนดให้มีการ ยืนยันตัวตน เพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับในการป้องกันการฟอกเงิน โดยคุณต้องอัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตน (เช่น บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต) และเอกสารยืนยันที่อยู่ตามที่ร้องขอ ซึ่งการอนุมัติมักใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่นาทีไปจนถึงหลายวันทำการ

3. ฝากเงินเข้าบัญชีเทรด Forex

ฝากเงินทุนผ่านช่องทางการชำระเงินที่โบรกเกอร์รองรับ โบรกเกอร์บางแห่งอาจมีกำหนดเงินฝากขั้นต่ำ ในขณะที่บางแห่งอาจไม่มีข้อกำหนดนี้ ทั้งนี้จำนวนเงินที่คุณฝากควรสอดคล้องกับแผนการบริหารความเสี่ยงและกลยุทธ์การเทรดของคุณ

4. เข้าใช้งานแพลตฟอร์มการเทรด

เมื่อบัญชีได้รับการอนุมัติและฝากเงินแล้ว ให้เข้าสู่ระบบแพลตฟอร์มเทรดของโบรกเกอร์เพื่อเริ่มเทรดได้เลย โบรกเกอร์หลายแห่งยังมีบัญชี Demo ให้ฝึกซ้อมภายใต้สภาวะตลาดจริงโดยไม่ต้องเสี่ยงกับเงินทุนจริง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับนักเทรด Forex มือใหม่ที่ต้องการเรียนรู้วิธีเทรด Forex ตั้งแต่เริ่มต้นโดยไม่มีความเสี่ยง

เทรด Forex กับ TMGM ได้อย่างสบายใจ

เปิดบัญชีเทรด Forex

Or หรือ ลองใช้บัญชี Demo ฟรี (ไม่ต้องฝากเงิน)

TMGM ได้รับใบอนุญาตจาก ASIC, VFSC, FSA และ FSC และใช้บัญชีเงินฝากลูกค้าแบบแยกต่างหาก (Segregated Account) เพื่อคุ้มครองเงินทุนของลูกค้า

5. ศึกษาคู่สกุลเงิน - ขั้นตอนสำคัญในคู่มือเทรด Forex มือใหม่

คู่สกุลเงินคือการนำสกุลเงินสองสกุลมาอ้างอิงร่วมกัน เพื่อแสดงว่าต้องใช้ Quote Currency เท่าไหร่จึงจะซื้อ Base Currency ได้หนึ่งหน่วย ยกตัวอย่างเช่น คู่ EUR/USD โดย EUR คือ Base Currency และ USD คือ Quote Currency

มี 5 ปัจจัยที่นักเทรดควรพิจารณาเมื่อเลือกคู่สกุลเงินที่จะเทรด

1. ช่วงเซสชันการเทรด (Trading Session)

ช่วงเซสชันการเทรดหมายถึงช่วงเวลาของวันที่คุณเปิดออเดอร์ และศูนย์การเงินโลกแห่งใดที่กำลังเปิดทำการอยู่ ควรเลือกคู่สกุลเงินที่มีความเคลื่อนไหวสูงสุดในช่วงเวลาที่คุณเทรด เพราะสภาพคล่องและการเคลื่อนไหวของราคาแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละช่วงเวลา ช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกันมีปริมาณซื้อขายสูงที่สุด คิดเป็นกว่า 37% ของปริมาณ Forex รายวัน ปริมาณที่สูงในช่วงนี้ทำให้ Spread แคบลงและราคาเคลื่อนไหวแรงขึ้น

2. สภาพคล่องและปริมาณการซื้อขาย

สภาพคล่องและปริมาณการซื้อขายวัดว่าคู่สกุลเงินนั้นมีการซื้อขายในตลาดมากเพียงใด ควรเลือกคู่สกุลเงินที่มีปริมาณการซื้อขายสูง เพราะสภาพคล่องที่สูงกว่าช่วยให้ Spread แคบลงและการ Execute คำสั่งดีขึ้น คู่สกุลเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในหมู่นักเทรดรายย่อยคือ Major Pairs ที่มีปริมาณการซื้อขายทั่วโลกสูงสุด ได้แก่ EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD, USD/CAD และ USD/CNY

3. ความผันผวน 

ความผันผวนวัดว่าคู่สกุลเงินเคลื่อนไหวกี่ Pip ในช่วงเวลาที่กำหนด ควรประเมินความผันผวนเพราะการเคลื่อนไหวของราคาสร้างช่วงที่สามารถเทรดทำกำไรได้ หากราคาไม่เคลื่อนไหวก็ไม่มีโอกาสทำกำไร ตัวอย่างเช่น EUR/USD เคลื่อนไหวประมาณ 60–100 Pip ต่อวัน ช่วงรายวันขนาดนี้เปิดโอกาสให้ใช้กลยุทธ์การเทรดทั่วไปได้ 3 แบบ ได้แก่ การเข้าเทรดแบบ Breakout, การเทรดตามแนวโน้ม และการเทรดแบบ Intraday Swing

4. ความเข้ากันได้กับกลยุทธ์

ความเข้ากันได้กับกลยุทธ์หมายถึงพฤติกรรมของคู่สกุลเงินสอดคล้องกับวิธีการเทรดของคุณมากเพียงใด ควรจับคู่สกุลเงินให้เข้ากับกลยุทธ์ เพราะกลยุทธ์ที่แตกต่างกันต้องการสภาวะตลาดที่แตกต่างกัน เช่น การเทรดแบบ Breakout ระยะสั้นอาจต้องการความผันผวนสูง ในขณะที่การเทรดแบบ Range อาจให้ผลดีกว่ากับคู่สกุลเงินที่มีเสถียรภาพมากกว่า

5. เปรียบเทียบความแข็งแกร่งของสกุลเงิน

ความแข็งแกร่งของสกุลเงินหมายถึงความสม่ำเสมอที่สกุลเงินหนึ่งแข็งค่าขึ้นหรืออ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ควรเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของสกุลเงิน เพราะคู่สกุลเงินจะเคลื่อนไหวชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อสกุลเงินหนึ่งแข็งค่าขณะที่อีกสกุลอ่อนค่า ยิ่งความแตกต่างด้านความแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ แนวโน้มที่เป็นไปได้ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นักเทรดมักซื้อสกุลเงินที่แข็งแกร่งเทียบกับสกุลเงินที่อ่อนแอ หรือขายสกุลเงินที่ขึ้นมามากแล้วและเริ่มกลับทิศ

6. วางแผนการเทรด Forex

แผนการเทรด Forex คือชุดกฎที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งกำหนดวิธีการเข้าเทรด, บริหารจัดการ และออกจากการเทรดในตลาด Forex พร้อมทั้งควบคุมความเสี่ยงและวัดผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

แผนการเทรด Forex ที่มีโครงสร้างชัดเจนช่วยขจัดการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์, เสริมสร้างวินัย และช่วยให้นักเทรดรักษาเงินทุนได้ผ่านการ Execute ที่สม่ำเสมอ

แผนการเทรด Forex ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบดังนี้:

1. เป้าหมายการเทรด

กำหนดเป้าหมายผลการดำเนินงานที่ชัดเจน เช่น เป้าหมายผลตอบแทนรายเดือน หรือขีดจำกัด Drawdown สูงสุดที่ยอมรับได้

2. ตลาดและคู่สกุลเงิน

ระบุคู่สกุลเงินที่จะเทรดและช่วงเซสชันการเทรดที่จะเข้าตลาด

3. กลยุทธ์การเทรด

กลยุทธ์การเทรดใน Forex กำหนดเกณฑ์การ Setup, อินดิเคเตอร์ที่ใช้, Timeframe ที่เทรด และกฎการยืนยันสัญญาณที่ต้องครบก่อนเปิด Position โดยกำหนดเงื่อนไขด้าน Technical หรือ Fundamental ที่ต้องเป็นไปตามนั้นก่อน Execute การเทรด

4. กฎการเข้าเทรด (Entry Rules)

ระบุเงื่อนไขที่แน่ชัดที่ต้องครบก่อนเปิดออเดอร์

5. กฎการออกจากการเทรด (Exit Rules)

กำหนดตำแหน่งวาง Stop-Loss, ระดับ Take-Profit และกฎการบริหารจัดการการเทรด

6. กฎการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Rules)

ตั้งค่าความเสี่ยงสูงสุดต่อการเทรด, สูตรคำนวณขนาด Position และความเสี่ยงรวมของบัญชี แนวทางการบริหารความเสี่ยงที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางคือการเสี่ยงไม่เกิน 1–2% ของยอดเงินในบัญชีต่อการเทรดหนึ่งครั้ง เพื่อช่วยรักษาเงินทุนและลดโอกาสเกิด Drawdown ขนาดใหญ่ในระยะยาว

7. Trade Journal

บันทึกรายละเอียดการเทรดทุกครั้งและกำหนดตารางการทบทวนผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อระบุจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนา

7. เปิดออเดอร์ Forex

การเปิดออเดอร์ Forex หมายถึงการ Execute คำสั่งซื้อหรือขาย บนคู่สกุลเงินที่เลือกตามแผนการเทรดของคุณ ซื้อคู่สกุลเงินหากการวิเคราะห์บ่งชี้ว่า Base Currency จะแข็งค่าขึ้น และขายหากบ่งชี้ว่าจะอ่อนค่าลง

กำหนดขนาด Position โดยใช้เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่กำหนดไว้ล่วงหน้าและยอดเงินในบัญชี ตั้ง Stop-Loss เพื่อจำกัดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น และตั้งระดับ Take-Profit เพื่อล็อกกำไรก่อนยืนยันคำสั่ง

Execute การเทรดเมื่อยืนยันทิศทาง, ขนาด Position และพารามิเตอร์ความเสี่ยงครบถ้วนแล้วเท่านั้น

8. ติดตามการเทรด Forex

การติดตามการเทรด Forex หมายถึงการบริหาร Position ที่เปิดอยู่ตามแผนการเทรดและสภาวะตลาดในปัจจุบัน

  • ใช้เครื่องมือวิเคราะห์กราฟ, อินดิเคเตอร์เศรษฐกิจ และเหตุการณ์จากข่าวเพื่อประเมินว่า Setup การเทรดยังคงสมเหตุสมผลอยู่หรือไม่

  • ทบทวน Price Action, การเปลี่ยนแปลงของความผันผวน และกำหนดการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อคู่สกุลเงิน

ปิด Position เมื่อ:

  • ถึงระดับ Stop-Loss หรือ Take-Profit ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า หรือเมื่อ

  • เหตุผลที่เปิดเทรดไว้ถูกพิสูจน์ว่าไม่ถูกต้องแล้ว

หลีกเลี่ยงการปรับความเสี่ยงแบบหุนหันพลันแล่น และออกจากตลาดเมื่อสภาวะไม่สอดคล้องกับการวิเคราะห์เดิมหรือกฎที่กำหนดตามเวลาอีกต่อไป

ตัวอย่างการเทรด Forex

ด้านล่างนี้คือตัวอย่างการเทรด Forex 2 ตัวอย่าง ที่แสดงให้เห็นว่า Position ซื้อ (Long) และ Position ขาย (Short) ทำงานอย่างไร

ตัวอย่างที่ 1: การซื้อ (Long Position)

นักเทรดซื้อ EUR/USD ที่ราคา 1.1000 เพราะการวิเคราะห์บ่งชี้ว่าเงินยูโรจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ นักเทรดเปิด 1 Standard Lot (100,000 หน่วย) ราคาขยับขึ้นไปที่ 1.1050 ซึ่งเพิ่มขึ้น 50 Pip

แต่ละ Pip ใน Standard Lot ของ EUR/USD มีมูลค่าเท่ากับ 10 ดอลลาร์สหรัฐ การขึ้น 50 Pip ทำให้ได้กำไร 500 ดอลลาร์สหรัฐ (50 × 10) นักเทรดปิด Position ที่ 1.1050 และรับกำไรดังกล่าว

ตัวอย่างที่ 2: การขาย (Short Position)

นักเทรดขาย GBP/USD ที่ราคา 1.2500 เพราะการวิเคราะห์บ่งชี้ว่าเงินปอนด์อังกฤษจะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ นักเทรดเปิด 1 Standard Lot (100,000 หน่วย) ราคาลดลงไปที่ 1.2450 ซึ่งลดลง 50 Pip

แต่ละ Pip ใน Standard Lot ของ GBP/USD มีมูลค่าเท่ากับ 10 ดอลลาร์สหรัฐ การเคลื่อนไหว 50 Pip ทำให้ได้กำไร 500 ดอลลาร์สหรัฐ (50 × 10) นักเทรดปิด Position ที่ 1.2450 และรับกำไรดังกล่าว

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Forex ที่คนไทยมักเจอ

ก่อนเริ่มเทรด Forex จริง มีสิ่งหนึ่งที่นักเทรด Forex มือใหม่ชาวไทยควรรู้ไว้ก่อน นั่นคือความเชื่อที่คลาดเคลื่อนซึ่งพบบ่อยในชุมชนเทรดเดอร์ไทย และส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจและเงินทุน ต่อไปนี้คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดสำหรับผู้ที่กำลังเทรด Forex ตั้งแต่เริ่มต้น:

"Forex รวยเร็ว ไม่ต้องทำงานประจำ"

ความจริง: นักเทรดที่ประสบความสำเร็จใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาทักษะ สถิติจากโบรกเกอร์ชั้นนำพบว่านักเทรดรายย่อยกว่า 70–80% ขาดทุนในระยะยาว การเทรด Forex เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน ไม่ใช่ทางลัดสู่ความร่ำรวย

 "ยิ่ง Leverage สูง ยิ่งรวยเร็ว"

ความจริง: Leverage สูงขยายทั้งกำไรและขาดทุนในสัดส่วนเท่ากัน เทรด Forex มือใหม่ที่ใช้ Leverage สูงโดยไม่มีแผนบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจนมักสูญเสียเงินทุนทั้งหมดได้ภายในไม่กี่ครั้ง ศึกษาวิธีเทรด Forexและการบริหาร Leverage ให้เข้าใจก่อนเสมอ

"มีสัญญาณเทรด (Signal) ก็พอ ไม่ต้องเรียนเอง"

ความจริง: การพึ่งพา Signal จากผู้อื่น 100% ทำให้คุณไม่เข้าใจเหตุผลเบื้องหลังของการเทรด คู่มือเทรด Forexที่ดีจะสอนให้คุณวิเคราะห์และตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่รอรับสัญญาณจากคนอื่น และกลุ่ม Signal ในไทยจำนวนมากมีแรงจูงใจทางการเงินที่ไม่ตรงกับผลประโยชน์ของคุณ

"เทรดในกลุ่ม Facebook / LINE ปลอดภัยเพราะมีคนแนะนำ"

ความจริง: กลุ่มโซเชียลมีเดียในไทยเป็นแหล่งที่มิจฉาชีพใช้ชักชวนลงทุนในโบรกเกอร์ปลอมหรือระบบ Ponzi อยู่บ่อยครั้ง ผู้ที่ต้องการเทรด Forex ตั้งแต่เริ่มต้นอย่างถูกต้องควรตรวจสอบใบอนุญาตของโบรกเกอร์จากแหล่งทางการเสมอ ไม่ว่าใครจะแนะนำก็ตาม

"ขาดทุนแล้วต้องเพิ่มไม้เพื่อเฉลี่ยต้นทุน"

ความจริง: การ Average Down ในตลาด Forex โดยไม่มีแผนที่ชัดเจนคือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้นักเทรด Forex มือใหม่เสียบัญชีทั้งก้อน เพราะตลาด Forex สามารถเคลื่อนไหวสวนทางได้ไกลกว่าที่คาด

ความเข้าใจที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นคือการป้องกันที่ดีที่สุด คู่มือการเทรด Forex ฉบับนี้ออกแบบมาเพื่อให้นักเทรด Forex มือใหม่ชาวไทยเริ่มต้นได้อย่างถูกทิศทาง มีวินัย และบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เทรดอย่างชาญฉลาดวันนี้

เงินทดลอง $10,000
มากกว่า 100 ตลาด
ค่าธรรมเนียมต่ำ สเปรดแคบ
Trading App

คำถามที่พบบ่อย: วิธีเทรด Forex สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น

ต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่ในการเทรด Forex?

+

จะเลือกวิธีการเทรด Forex อย่างไร?

+

จะฝึกเทรด Forex ได้อย่างไร?

+
TMGM
Trade The World
ทีม TMGM Academy และ Market Insights เป็นกลุ่มนักวิเคราะห์ทางการเงินและนักกลยุทธ์การเทรด ด้วยการเข้าถึงข้อมูลสถาบันแบบเรียลไทม์และประสบการณ์การดำเนินงานในตลาดมากกว่าทศวรรษ ทีมให้การวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฟอเร็กซ์ ทองคำ คริปโตเคอร์เรนซี หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น น้ำมัน) และดัชนี เนื้อหาของเราถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ตามที่ระบุไว้ในหน้าประกาศนโยบายบรรณาธิการของเรา TMGM ปฏิบัติตามแนวทางของ ASIC และ VFSC
เข้าร่วมกับลูกค้ามากกว่า 1,000,000 คนบนแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับรางวัลของเรา
1
สมัครบัญชีจริง
2
ฝากเงิน
เข้าบัญชี
3
เริ่มเทรด
ได้ทันที
เปิดบัญชี