คู่เงินที่นิยมเทรดมากที่สุดในตลาด Forex คือ 7 คู่เงินหลัก (Major Pairs) ได้แก่ EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD, AUD/USD, USD/CAD, USD/CHF และ NZD/USD ทุกคู่มีดอลลาร์สหรัฐ (USD) อยู่ด้วย ซึ่งเป็นสกุลเงินที่อยู่ในรายการซื้อขาย 89% ของตลาดทั้งหมดตามผลสำรวจของ BIS ปี 2025 คู่หลักจึงมักมีสภาพคล่องสูงและ Spread แคบกว่าคู่เงินอื่น
อย่างไรก็ตาม ไม่มีคู่ใดดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกควรดูจากช่วงเวลาที่คุณติดตามตลาดได้ ข่าวเศรษฐกิจที่คุณเข้าใจ Spread ความผันผวน และระดับความเสี่ยงที่รับได้ บทความนี้จึงเปรียบเทียบ 7 คู่หลักในรูปแบบเดียวกัน พร้อมอธิบายประเภทคู่เงิน ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคา Cross Rate ตะกร้าค่าเงิน และ Correlation ที่ควรรู้ก่อนเลือกคู่
บทความนี้เน้นการเปรียบเทียบและเลือกคู่เงิน หากต้องการพื้นฐานว่าตลาด Forex ทำงานอย่างไร
คู่สกุลเงิน Forex คืออะไร
คู่สกุลเงิน หรือ คู่เงิน Forex คือสกุลเงินสองสกุลที่นำมาซื้อขายเทียบกัน ราคาของคู่เงินบอกว่าต้องใช้สกุลเงินตัวหลังจำนวนเท่าใดเพื่อแลกสกุลเงินตัวหน้า 1 หน่วย เมื่อคุณซื้อคู่เงิน คุณกำลังซื้อสกุลเงินตัวหน้าและขายสกุลเงินตัวหลังไปพร้อมกัน
Base Currency และ Quote Currency
สกุลเงินฐาน (Base Currency) คือสกุลเงินที่อยู่ด้านหน้าของคู่ เป็นสกุลเงินที่คุณซื้อหรือขาย ส่วน สกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency) คือสกุลเงินที่อยู่ด้านหลัง แสดงจำนวนที่ต้องใช้เพื่อซื้อสกุลเงินฐาน 1 หน่วย บางแหล่งเรียกสกุลเงินอ้างอิงว่า Counter Currency
| คู่เงิน | Base Currency | Quote Currency | ความหมายของราคา |
|---|---|---|---|
| EUR/USD = 1.10 | EUR (ยูโร) | USD (ดอลลาร์สหรัฐ) | ใช้ 1.10 ดอลลาร์เพื่อซื้อ 1 ยูโร |
| AUD/USD = 0.67 | AUD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย) | USD (ดอลลาร์สหรัฐ) | ใช้ 0.67 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อซื้อ 1 ดอลลาร์ออสเตรเลีย |
ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีอ่านราคา ไม่ใช่ราคาปัจจุบัน

วิธีอ่านราคาคู่เงิน
เมื่อราคาคู่เงินขึ้น แปลว่าสกุลเงินฐานแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอ้างอิง เมื่อราคาลง แปลว่าสกุลเงินฐานอ่อนค่าลง เช่น หาก AUD/USD เปลี่ยนจาก 0.67 เป็น 0.68 แปลว่าดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
การเปลี่ยนแปลงราคามักวัดเป็น Pip และในการวิเคราะห์ราคา เทรดเดอร์มักใช้กราฟฟอเร็กซ์ เช่น กราฟแท่งเทียน เพื่อดูแนวโน้มและรูปแบบราคา
ประเภทของคู่สกุลเงิน Forex
เทรดเดอร์มักแบ่งคู่เงินตามสภาพคล่องและสกุลเงินที่อยู่ในคู่ การแบ่งกลุ่มนี้เป็นธรรมเนียมของอุตสาหกรรม ไม่ใช่การจัดประเภทอย่างเป็นทางการ แหล่งข้อมูลแต่ละแห่งจึงใช้คำบางคำต่างกันเล็กน้อย

เปรียบเทียบคู่เงิน 4 ประเภท
| ประเภท | ลักษณะ | ตัวอย่าง | สภาพคล่องและ Spread โดยทั่วไป |
|---|---|---|---|
| Major Pairs (คู่เงินหลัก) | USD คู่กับสกุลเงินหลักอีก 6 สกุล | EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD, AUD/USD, USD/CAD, USD/CHF, NZD/USD | สภาพคล่องสูง Spread มักแคบที่สุดในกลุ่ม |
| Cross Currency Pairs (คู่เงินครอส) | คู่ที่ไม่มี USD | EUR/GBP, EUR/JPY, GBP/JPY, AUD/NZD | ต่ำกว่าคู่หลัก Spread มักกว้างกว่า |
| Minor Pairs (คู่เงินรอง) | ส่วนใหญ่ใช้เรียกคู่ครอสของสกุลเงินหลัก บางแหล่งใช้ความหมายอื่น | EUR/GBP, EUR/JPY, GBP/AUD | ใกล้เคียงคู่ครอส |
| Exotic Pairs (คู่เงินเอ็กโซติก) | สกุลเงินหลักคู่กับสกุลเงินของเศรษฐกิจเกิดใหม่หรือตลาดขนาดเล็ก | USD/TRY, USD/ZAR, EUR/TRY, USD/HKD, USD/DKK, AUD/SGD, SGD/JPY | สภาพคล่องต่ำกว่า Spread มักกว้าง และอาจผันผวนแรง |
Major Pairs (คู่เงินหลัก)
คู่เงินหลัก (Majors) คือคู่ที่มีดอลลาร์สหรัฐจับคู่กับยูโร เยนญี่ปุ่น ปอนด์อังกฤษ ดอลลาร์ออสเตรเลีย ดอลลาร์แคนาดา ฟรังก์สวิส หรือดอลลาร์นิวซีแลนด์ รวมเป็น 7 คู่ ทั้ง 7 สกุลเงินมาจากเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีตลาดการเงินลึก และมีธนาคารกลางที่สื่อสารนโยบายสม่ำเสมอ นี่คือเหตุผลหลักที่คู่หลักมีผู้ซื้อขายมากและมีข้อมูลให้ศึกษามาก
Cross Currency Pairs และ Minor Pairs
Cross Currency Pair คือคู่เงินที่ไม่มีดอลลาร์สหรัฐ เช่น EUR/GBP หรือ GBP/JPY คำนี้ใช้ค่อนข้างตรงกันในแหล่งข้อมูลส่วนใหญ่
Minor Pair เป็นคำที่ใช้ไม่ตรงกันนัก แหล่งข้อมูลของโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ใช้ Minor Pairs หมายถึงคู่ครอสระหว่างสกุลเงินหลัก เช่น EUR/GBP, EUR/JPY หรือ GBP/JPY จึงใช้แทนคำว่า Cross ได้ ขณะที่บางแหล่งใช้ Minor เรียกสกุลเงินอื่นที่เสนอราคาเทียบกับ USD แต่ไม่ได้อยู่ใน 7 คู่หลัก เวลาอ่านบทวิเคราะห์จึงควรดูว่าผู้เขียนหมายถึงแบบใด
ในบทความนี้ เราใช้คำว่า Cross หมายถึงคู่ที่ไม่มี USD และใช้ Minor หมายถึงคู่ Cross ระหว่างสกุลเงินหลักด้วยกัน
Exotic Pairs
Exotic Pairs คือคู่ระหว่างสกุลเงินหลักกับสกุลเงินของเศรษฐกิจเกิดใหม่หรือตลาดขนาดเล็ก เช่น ลีราตุรกี (TRY) หรือแรนด์แอฟริกาใต้ (ZAR) คู่กลุ่มนี้มักมีสภาพคล่องต่ำกว่า Spread กว้างกว่า และอาจเคลื่อนไหวแรงจากเหตุการณ์ภายในประเทศ บางสกุลเงิน เช่น ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) และโครนเดนมาร์ก (DKK) มีนโยบายผูกค่าเงิน (Peg) ทำให้พฤติกรรมราคาต่างจากคู่ที่ค่าเงินลอยตัว
ปัจจัยที่ทำให้ราคาคู่เงินเคลื่อนไหว
ราคาคู่เงินสะท้อนความแข็งหรืออ่อนของสกุลเงินหนึ่งเมื่อเทียบกับอีกสกุลหนึ่ง ปัจจัยด้านล่างจึงต้องมองเป็น "ส่วนต่าง" ระหว่างสองประเทศเสมอ ไม่มีปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งที่ทำนายราคาได้แน่นอน และหลายปัจจัยอาจส่งผลพร้อมกันในทิศทางตรงข้าม
| ปัจจัย | ส่งผลต่อค่าเงินอย่างไร |
|---|---|
| ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย | เมื่อดอกเบี้ยของประเทศหนึ่งสูงกว่าหรือคาดว่าจะสูงขึ้นเร็วกว่าอีกประเทศ เงินทุนอาจไหลไปหาสกุลเงินนั้น ความคาดหวังต่อดอกเบี้ยในอนาคตมักสำคัญกว่าตัวเลขวันนี้ |
| นโยบายธนาคารกลาง | การประชุมและแถลงการณ์ของธนาคารกลาง เช่น Federal Reserve (Fed) หรือ European Central Bank (ECB) มักทำให้คู่เงินที่เกี่ยวข้องเคลื่อนไหวแรง |
| เงินเฟ้อ | ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงหรือต่ำกว่าคาดเปลี่ยนความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลต่อค่าเงินต่อไป |
| GDP และข้อมูลการจ้างงาน | ข้อมูลอย่างการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls) มักทำให้คู่ที่มี USD เคลื่อนไหวแรงในวันประกาศ |
| ดุลการค้า | ประเทศที่ส่งออกมากกว่านำเข้ามีความต้องการสกุลเงินของตนจากคู่ค้า ผลนี้มักเห็นในระยะยาวมากกว่ารายวัน |
| ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ | แคนาดา (น้ำมัน) ออสเตรเลีย (แร่เหล็กและถ่านหิน) และนิวซีแลนด์ (ผลิตภัณฑ์นม) มักมีค่าเงินที่อ่อนไหวต่อราคาสินค้าเหล่านี้ |
| Risk-on และ Risk-off Sentiment | ช่วงที่นักลงทุนกล้ารับความเสี่ยง สกุลเงินอย่าง AUD และ NZD มักได้แรงหนุน ช่วงที่ตลาดกังวล เงินทุนมักไหลออกจากสกุลเงินกลุ่มนี้ |
| Safe-haven Flows | ในช่วงวิกฤต นักลงทุนบางส่วนมักย้ายเงินไปถือ USD, JPY และ CHF แต่พฤติกรรมนี้ไม่ได้เกิดทุกครั้ง |
| การแทรกแซงค่าเงิน | ทางการบางประเทศเคยเข้าซื้อหรือขายสกุลเงินของตน เช่น ญี่ปุ่นเคยแทรกแซงค่าเงินเยนในปี 2022 และ 2024 ส่วนธนาคารกลางสวิส (SNB) เคยยกเลิกเพดานค่าเงินฟรังก์เทียบยูโรในเดือนมกราคม 2015 ซึ่งทำให้ราคาเคลื่อนไหวรุนแรงในเวลาสั้น ๆ |
| การเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ | การเลือกตั้ง การเจรจาการค้า และความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจทำให้ Spread กว้างขึ้นและราคากระโดดโดยไม่มีสัญญาณล่วงหน้า |
จากปัจจัยสู่การเลือกคู่เงิน
การรู้ว่าตัวเองเข้าใจปัจจัยใดดีที่สุดช่วยจำกัดจำนวนคู่ที่ต้องติดตาม ตารางด้านล่างเป็นแนวทางเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้เทรดคู่ใด
| หากคุณติดตามเรื่องนี้เป็นประจำ | คู่ที่อาจเข้าใจง่ายกว่าเมื่อเริ่มศึกษา | เหตุผล |
|---|---|---|
| นโยบาย Fed และ ECB | EUR/USD | ราคาสะท้อนนโยบายของสองธนาคารกลางนี้โดยตรง |
| นโยบาย Bank of Japan และผลตอบแทนพันธบัตร | USD/JPY | ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ–ญี่ปุ่นมีผลต่อคู่นี้มาก |
| เศรษฐกิจอังกฤษและ Bank of England | GBP/USD | ข้อมูลเงินเฟ้อและการเมืองอังกฤษส่งผลโดยตรง |
| เศรษฐกิจจีนและสินค้าโภคภัณฑ์ | AUD/USD | จีนเป็นคู่ค้าใหญ่ของออสเตรเลีย |
| ราคาน้ำมัน | USD/CAD | น้ำมันเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของแคนาดา |
| ภาวะความเสี่ยงในยุโรปและตลาดโลก | USD/CHF | ฟรังก์สวิสมักถูกมองเป็นสกุลเงินหลบภัย (Safe-haven) |
| Risk sentiment และสินค้าเกษตร | NZD/USD | ผลิตภัณฑ์นมเป็นสินค้าส่งออกหลักของนิวซีแลนด์ |
ติดตามวันและเวลาประกาศข้อมูลเหล่านี้ได้ที่ปฏิทินเศรษฐกิจ และอ่านสรุปเหตุการณ์ได้ที่ข่าวตลาด
7 คู่เงินหลัก Forex ที่นิยมเทรด
7 คู่เงินหลัก Forex มีดังนี้
EUR/USD — ยูโร / ดอลลาร์สหรัฐ
USD/JPY — ดอลลาร์สหรัฐ / เยนญี่ปุ่น
GBP/USD — ปอนด์อังกฤษ / ดอลลาร์สหรัฐ
AUD/USD — ดอลลาร์ออสเตรเลีย / ดอลลาร์สหรัฐ
USD/CAD — ดอลลาร์สหรัฐ / ดอลลาร์แคนาดา
USD/CHF — ดอลลาร์สหรัฐ / ฟรังก์สวิส
NZD/USD — ดอลลาร์นิวซีแลนด์ / ดอลลาร์สหรัฐ
ลำดับด้านบนเรียงตามธรรมเนียมที่ใช้ทั่วไปในอุตสาหกรรม ไม่ใช่การจัดอันดับว่าคู่ใดดีกว่า รายละเอียดแต่ละคู่ด้านล่างใช้รูปแบบเดียวกันเพื่อให้เปรียบเทียบได้ง่าย เวลาในตารางเป็นเวลาไทย (GMT+7) โดยประมาณ ช่วง Summer คือราวมีนาคม–ตุลาคม/พฤศจิกายน และ Winter คือช่วงที่เหลือของปี รายละเอียดวันเปลี่ยนเวลาอยู่ในบทความเวลาเปิด–ปิดตลาด Forex ตามเวลาไทย
EUR/USD (ยูโร / ดอลลาร์สหรัฐ)
EUR/USD เป็นคู่เงินที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดในโลก คู่นี้สะท้อนการเปรียบเทียบเศรษฐกิจยูโรโซนกับสหรัฐฯ และมีข้อมูลวิเคราะห์ภาษาไทยให้ศึกษามาก ดูคำอธิบายเพิ่มเติมที่EUR/USD คืออะไร และสเปกสัญญาที่หน้าEURUSD
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| Base / Quote | EUR / USD |
| ชื่อเล่น | Fiber (คำเรียกในวงการ ไม่ใช่ชื่อทางการ) |
| ธนาคารกลาง | European Central Bank (ECB) และ Federal Reserve (Fed) |
| ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก | ส่วนต่างนโยบายดอกเบี้ย ECB–Fed, เงินเฟ้อ, ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ, PMI ยูโรโซน |
| ช่วงที่มักคึกคัก (เวลาไทย) | Session ลอนดอนและนิวยอร์ก โดยเฉพาะช่วงทับซ้อน 19:00–23:00 น. (Summer) / 20:00–00:00 น. (Winter) |
| สภาพคล่อง | สูงมาก |
| ความผันผวน | โดยทั่วไปปานกลางเมื่อเทียบกับคู่หลักอื่น แต่เพิ่มขึ้นมากในวันประชุม Fed/ECB และวันประกาศข้อมูลสำคัญ |
| อะไรทำให้ Spread กว้างขึ้น | ข่าวแรง, ช่วงรอยต่อวันซื้อขาย, ช่วงเปิดตลาดเช้าวันจันทร์, วันหยุดของยุโรปหรือสหรัฐฯ |
| ข้อควรระวัง | ข่าวของทั้งสองฝั่งส่งผลได้ การที่ข้อมูลเยอะไม่ได้ทำให้คาดการณ์ราคาได้ง่ายขึ้น |
| อาจเหมาะกับผู้ที่ | เทรดช่วงค่ำตามเวลาไทยได้ และติดตามนโยบาย Fed/ECB |
USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ / เยนญี่ปุ่น)
USD/JPY เป็นคู่หลักที่มีมูลค่าซื้อขายสูงรองจาก EUR/USD และเป็นคู่หลักที่เคลื่อนไหวชัดเจนตั้งแต่ช่วงเช้าตามเวลาไทย คู่นี้ไวต่อผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| Base / Quote | USD / JPY |
| ชื่อเล่น | Ninja หรือ Gopher (คำเรียกไม่เป็นทางการ แต่ละแหล่งใช้ต่างกัน) |
| ธนาคารกลาง | Federal Reserve (Fed) และ Bank of Japan (BoJ) |
| ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก | ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ–ญี่ปุ่น, นโยบาย BoJ, Risk sentiment, ความเสี่ยงการแทรกแซงค่าเงินของทางการญี่ปุ่น |
| ช่วงที่มักคึกคัก (เวลาไทย) | Session โตเกียว 07:00–16:00 น. ตลอดปี และ Session นิวยอร์ก |
| สภาพคล่อง | สูงมาก |
| ความผันผวน | ปานกลางถึงสูง อาจกระโดดแรงเมื่อ BoJ เปลี่ยนนโยบายหรือมีการแทรกแซงค่าเงิน |
| อะไรทำให้ Spread กว้างขึ้น | ประกาศนโยบาย BoJ, ข่าวแทรกแซงค่าเงิน, วันหยุดญี่ปุ่น, ช่วงรอยต่อวัน |
| ข้อควรระวัง | ค่าเงินเยนอาจเปลี่ยนทิศเร็วในช่วง Risk-off เพราะนักลงทุนบางส่วนปิดสถานะ Carry trade |
| อาจเหมาะกับผู้ที่ | ติดตามตลาดช่วงกลางวันตามเวลาไทย และสนใจเรื่องดอกเบี้ยและพันธบัตร |
GBP/USD (ปอนด์อังกฤษ / ดอลลาร์สหรัฐ)
GBP/USD สะท้อนการเปรียบเทียบเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรกับสหรัฐฯ ชื่อเล่น "Cable" มาจากสายเคเบิลโทรเลขใต้มหาสมุทรแอตแลนติกที่เคยใช้ส่งราคาระหว่างลอนดอนกับนิวยอร์กในศตวรรษที่ 19
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| Base / Quote | GBP / USD |
| ชื่อเล่น | Cable (ใช้กันแพร่หลาย) |
| ธนาคารกลาง | Bank of England (BoE) และ Federal Reserve (Fed) |
| ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก | นโยบาย BoE, เงินเฟ้ออังกฤษ, ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ, การเมืองและงบประมาณของอังกฤษ |
| ช่วงที่มักคึกคัก (เวลาไทย) | Session ลอนดอน 14:00–23:00 น. (Summer) / 15:00–00:00 น. (Winter) และช่วงทับซ้อนกับนิวยอร์ก |
| สภาพคล่อง | สูง |
| ความผันผวน | มักสูงกว่า EUR/USD ในหลายช่วงเวลา |
| อะไรทำให้ Spread กว้างขึ้น | ประกาศของ BoE, ข้อมูลเงินเฟ้ออังกฤษ, ข่าวการเมือง, ช่วงนอก Session ยุโรป |
| ข้อควรระวัง | เคลื่อนไหวเร็วกว่า EUR/USD ในบางช่วง ขนาดสถานะที่เท่ากันจึงอาจมีความเสี่ยงต่างกัน |
| อาจเหมาะกับผู้ที่ | ติดตามข่าวอังกฤษ และยอมรับการเคลื่อนไหวที่เร็วขึ้นได้ |
AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย / ดอลลาร์สหรัฐ)
AUD/USD มักเคลื่อนไหวตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์และภาวะเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของออสเตรเลีย ข้อมูลเศรษฐกิจออสเตรเลียประกาศในช่วงเช้าถึงกลางวันตามเวลาไทย
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| Base / Quote | AUD / USD |
| ชื่อเล่น | Aussie (ใช้กันแพร่หลาย) |
| ธนาคารกลาง | Reserve Bank of Australia (RBA) และ Federal Reserve (Fed) |
| ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก | นโยบาย RBA, ราคาแร่เหล็กและสินค้าโภคภัณฑ์, ข้อมูลเศรษฐกิจจีน, Risk sentiment |
| ช่วงที่มักคึกคัก (เวลาไทย) | Session ซิดนีย์และโตเกียว (ราว 03:00/04:00–16:00 น.) และช่วงข่าวสหรัฐฯ |
| สภาพคล่อง | สูง |
| ความผันผวน | ปานกลาง และไวต่อ Risk sentiment |
| อะไรทำให้ Spread กว้างขึ้น | ช่วงเปิดตลาดเช้าวันจันทร์, ข่าวจีนหรือ RBA, วันหยุดออสเตรเลีย |
| ข้อควรระวัง | ข่าวจีนที่ไม่ใช่ข่าวออสเตรเลียโดยตรงก็ส่งผลได้ |
| อาจเหมาะกับผู้ที่ | เทรดช่วงเช้าตามเวลาไทย และติดตามเศรษฐกิจเอเชียกับสินค้าโภคภัณฑ์ |
USD/CAD (ดอลลาร์สหรัฐ / ดอลลาร์แคนาดา)
USD/CAD สะท้อนเศรษฐกิจสองประเทศที่ค้าขายกันใกล้ชิด ดอลลาร์แคนาดามักได้รับผลจากราคาน้ำมันดิบซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของแคนาดา เนื่องจาก USD เป็นสกุลเงินฐาน เมื่อ CAD แข็งค่าขึ้น ราคา USD/CAD จะลดลง ดูสเปกสัญญาได้ที่หน้าUSDCAD
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| Base / Quote | USD / CAD |
| ชื่อเล่น | Loonie (ใช้กันแพร่หลาย) |
| ธนาคารกลาง | Bank of Canada (BoC) และ Federal Reserve (Fed) |
| ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก | ราคาน้ำมัน, นโยบาย BoC และ Fed, ข้อมูลการจ้างงานของทั้งสองประเทศ, นโยบายการค้าในอเมริกาเหนือ |
| ช่วงที่มักคึกคัก (เวลาไทย) | Session นิวยอร์ก 19:00–04:00 น. (Summer) / 20:00–05:00 น. (Winter) |
| สภาพคล่อง | สูง |
| ความผันผวน | ปานกลาง เพิ่มขึ้นเมื่อราคาน้ำมันเคลื่อนไหวแรง |
| อะไรทำให้ Spread กว้างขึ้น | ข้อมูลแคนาดาและสหรัฐฯ ที่ประกาศพร้อมกัน, ช่วงนอก Session อเมริกาเหนือ |
| ข้อควรระวัง | ความสัมพันธ์กับน้ำมันไม่คงที่ บางช่วงปัจจัยดอกเบี้ยสำคัญกว่า |
| อาจเหมาะกับผู้ที่ | ติดตามตลาดน้ำมันและเทรดช่วงดึกตามเวลาไทยได้ |
USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐ / ฟรังก์สวิส)
USD/CHF เชื่อมกับภาวะความเสี่ยงในยุโรปและตลาดโลก เพราะฟรังก์สวิสมักถูกมองเป็นสกุลเงินหลบภัย (Safe-haven) ธนาคารกลางสวิสมีประวัติใช้เครื่องมือหลายแบบเพื่อจัดการค่าเงิน รวมถึงการแทรกแซงตลาด
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| Base / Quote | USD / CHF |
| ชื่อเล่น | Swissie (คำเรียกในวงการ) |
| ธนาคารกลาง | Swiss National Bank (SNB) และ Federal Reserve (Fed) |
| ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก | นโยบาย SNB, Safe-haven flows, ทิศทางของยูโร, นโยบาย Fed |
| ช่วงที่มักคึกคัก (เวลาไทย) | Session ลอนดอนและนิวยอร์ก |
| สภาพคล่อง | สูง แต่ต่ำกว่า EUR/USD และ USD/JPY |
| ความผันผวน | หลายช่วงอยู่ในระดับปานกลาง แต่เคยกระโดดรุนแรงเมื่อ SNB เปลี่ยนนโยบายแบบไม่คาดคิด (มกราคม 2015) |
| อะไรทำให้ Spread กว้างขึ้น | ประกาศของ SNB, เหตุการณ์ Risk-off, ช่วงนอก Session ยุโรป |
| ข้อควรระวัง | ความผันผวนต่ำในช่วงปกติไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงต่ำ ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดยังมีอยู่ |
| อาจเหมาะกับผู้ที่ | ติดตามภาวะตลาดยุโรปและเข้าใจพฤติกรรมสกุลเงินหลบภัย |
NZD/USD (ดอลลาร์นิวซีแลนด์ / ดอลลาร์สหรัฐ)
NZD/USD มักเคลื่อนไหวคล้าย AUD/USD เพราะได้รับผลจากภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคและ Risk sentiment ใกล้เคียงกัน แต่มีปัจจัยเฉพาะของนิวซีแลนด์ เช่น ราคาผลิตภัณฑ์นม
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| Base / Quote | NZD / USD |
| ชื่อเล่น | Kiwi (ใช้กันแพร่หลาย) |
| ธนาคารกลาง | Reserve Bank of New Zealand (RBNZ) และ Federal Reserve (Fed) |
| ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก | นโยบาย RBNZ, ราคาผลิตภัณฑ์นม, Risk sentiment, ข้อมูลเศรษฐกิจจีน |
| ช่วงที่มักคึกคัก (เวลาไทย) | ช่วงเช้าตามเวลาไทย (ตลาดเวลลิงตันและซิดนีย์) ต่อเนื่องถึง Session โตเกียว |
| สภาพคล่อง | ต่ำที่สุดในกลุ่ม 7 คู่หลัก |
| ความผันผวน | ปานกลาง และไวต่อ Risk sentiment |
| อะไรทำให้ Spread กว้างขึ้น | ช่วงเช้าวันจันทร์, ประกาศของ RBNZ, ช่วงที่ตลาดเอเชียยังไม่เปิดเต็มที่ |
| ข้อควรระวัง | สภาพคล่องที่บางกว่าคู่หลักอื่นอาจทำให้ราคากระโดดเมื่อมีข่าว |
| อาจเหมาะกับผู้ที่ | เทรดช่วงเช้าตามเวลาไทย และติดตามภาวะเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก |
XAU/USD คนไทยเทรดบ่อย แต่ไม่ใช่คู่เงิน Forex
XAU/USD ไม่ได้เป็นหนึ่งใน 7 คู่เงินหลัก (Major Currency Pairs) หัวข้อนี้อธิบายไว้เพราะผู้เทรดชาวไทยจำนวนมากเริ่มจากการเทรดทองคำ และมักเข้าใจว่า XAU/USD เป็นคู่เงินประเภทเดียวกัน
XAU คือรหัสของทองคำ ส่วน USD คือสกุลเงินอ้างอิง XAU/USD จึงหมายถึงราคาทองคำ 1 ทรอยออนซ์เป็นดอลลาร์สหรัฐ แม้จะเขียนในรูปแบบเดียวกับคู่เงินและเทรดบนแพลตฟอร์มเดียวกัน แต่ทองคำไม่ใช่สกุลเงินของประเทศใด จึงไม่มี "ธนาคารกลางของทองคำ" ที่กำหนดนโยบายดอกเบี้ยให้
ปัจจัยที่มักมีผลต่อราคาทองคำต่างจากคู่เงิน ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (ดอกเบี้ยหักเงินเฟ้อ) ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ เงินเฟ้อ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความต้องการทองในฐานะสินทรัพย์หลบภัย รวมถึงการซื้อทองของธนาคารกลางต่าง ๆ นอกจากนี้ Spread ขนาดสัญญา ความผันผวน และเวลาซื้อขายของ XAU/USD ก็ต่างจากคู่เงินหลัก ต้องตรวจเงื่อนไขแยกทุกครั้ง
อ่านพื้นฐานเพิ่มเติมได้ที่เทรดทองคำคืออะไร ดูรายการโลหะมีค่าที่หน้าเทรดโลหะมีค่า และดูสเปกสัญญาที่หน้าXAUUSD

ตารางเปรียบเทียบ 7 คู่เงินหลัก
ตารางนี้สรุปลักษณะโดยทั่วไปเพื่อช่วยเลือกคู่ที่จะศึกษาต่อ ไม่ใช่การจัดอันดับ ความผันผวนและ Spread เปลี่ยนตามสภาวะตลาดอยู่เสมอ
Decision Matrix 7 คู่เงินหลัก Forex
| คู่เงิน | สภาพคล่อง | ความผันผวน | Session ที่มัก Active (เวลาไทย) | ปัจจัยหลัก | ลักษณะ Spread | สิ่งที่ควรระวัง |
|---|---|---|---|---|---|---|
| EUR/USD | สูงมาก | ปานกลาง | ค่ำ–ดึก | Fed, ECB | มักแคบที่สุดกลุ่มหนึ่ง | ข่าว Fed/ECB |
| USD/JPY | สูงมาก | ปานกลาง–สูง | เช้า–บ่าย และดึก | Fed, BoJ, Bond yield | มักแคบ | การแทรกแซงค่าเงิน, Risk-off |
| GBP/USD | สูง | ปานกลาง–สูง | บ่าย–ดึก | BoE, Fed, การเมืองอังกฤษ | มักแคบ กว้างขึ้นช่วงข่าวอังกฤษ | เคลื่อนไหวเร็ว |
| AUD/USD | สูง | ปานกลาง | เช้ามืด–บ่าย | RBA, จีน, สินค้าโภคภัณฑ์ | มักแคบในช่วงเอเชีย | ข่าวจีน, Risk sentiment |
| USD/CAD | สูง | ปานกลาง | ดึก | BoC, Fed, น้ำมัน | มักแคบในช่วงอเมริกาเหนือ | ราคาน้ำมันผันผวน |
| USD/CHF | สูง | ต่ำ–ปานกลาง (ช่วงปกติ) | บ่าย–ดึก | SNB, Safe-haven, EUR | มักกว้างกว่า EUR/USD เล็กน้อย | นโยบาย SNB ที่ไม่คาดคิด |
| NZD/USD | ปานกลาง–สูง | ปานกลาง | เช้ามืด–บ่าย | RBNZ, ผลิตภัณฑ์นม, Risk | มักกว้างที่สุดในกลุ่มคู่หลัก | สภาพคล่องบางช่วงเช้า |
ลักษณะโดยทั่วไปจากพฤติกรรมตลาดที่สังเกตได้ในอดีต ไม่ใช่ค่าคงที่ และไม่รับประกันพฤติกรรมราคาในอนาคต ความซับซ้อนในการติดตามเพิ่มขึ้นตามจำนวนปัจจัย: EUR/USD ต้องติดตาม 2 ธนาคารกลาง ส่วน AUD/USD, USD/CAD และ NZD/USD ต้องดูสินค้าโภคภัณฑ์หรือเศรษฐกิจจีนเพิ่ม
Spread ของคู่เงินหลักที่ควรรู้
Spread ของคู่เงินเป็นค่าลอยตัว ต่างกันตามประเภทบัญชี และเปลี่ยนตามสภาพคล่อง Spread อาจกว้างขึ้นช่วงข่าวแรง ช่วงตลาดเปิด–ปิด ช่วงรอยต่อวันซื้อขาย และวันหยุด ข้อมูล Spread ในอดีตหรือค่าเริ่มต้นที่เผยแพร่ไม่ได้รับประกัน Spread ที่คุณจะได้รับในอนาคต
ตัวอย่างเช่น หน้าEURUSD ของ TMGM ระบุ Spread "เริ่มต้น" แยกตามประเภทบัญชี ซึ่งหมายถึงค่าต่ำสุดที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย ก่อนเทรดควรตรวจ Spread ปัจจุบันบนแพลตฟอร์มของบัญชีที่คุณใช้ และดูรายละเอียดต้นทุนอื่นที่หน้าเงื่อนไขการเทรด
คู่เงิน Cross และวิธีคำนวณ Cross Rate
คู่เงิน Cross เช่น EUR/JPY หรือ AUD/NZD ไม่มีดอลลาร์สหรัฐอยู่ในคู่ แต่ในทางปฏิบัติ ราคาของคู่ Cross มักคำนวณจากราคาของสองสกุลเงินที่เทียบกับ USD อัตราที่ได้เรียกว่า Cross Rate การคำนวณมี 2 แบบ ขึ้นอยู่กับว่า USD อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังของแต่ละคู่
ตัวอย่างการคำนวณ Cross Rate (ตัวเลขสมมติเพื่อการศึกษา)
| กรณี | สูตร | ตัวอย่าง | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|---|
| USD เป็น Quote ในคู่หนึ่ง และเป็น Base ในอีกคู่ → คูณ | EUR/JPY = EUR/USD × USD/JPY | EUR/USD = 1.1000, USD/JPY = 150.00 | 1.1000 × 150.00 = 165.00 (1 ยูโร = 165 เยน) |
| USD เป็น Quote ทั้งสองคู่ → หาร | EUR/GBP = EUR/USD ÷ GBP/USD | EUR/USD = 1.1000, GBP/USD = 1.2500 | 1.1000 ÷ 1.2500 = 0.8800 (1 ยูโร = 0.88 ปอนด์) |
| USD เป็น Quote ทั้งสองคู่ → หาร | AUD/NZD = AUD/USD ÷ NZD/USD | AUD/USD = 0.6600, NZD/USD = 0.6000 | 0.6600 ÷ 0.6000 = 1.1000 (1 AUD = 1.10 NZD) |
ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ ไม่ใช่ราคาตลาด
ในกรณีแรก หน่วย USD หักล้างกันพอดี (ยูโรเป็นดอลลาร์ แล้วดอลลาร์เป็นเยน) จึงได้ราคายูโรเป็นเยน ส่วนกรณีที่สอง ทั้งสองคู่เสนอราคาเป็นดอลลาร์ การหารจึงได้ราคาสกุลเงินฐานของคู่แรกเทียบกับสกุลเงินฐานของคู่ที่สอง
ราคา Cross ที่แสดงบนแพลตฟอร์มจริงมาจากผู้ให้สภาพคล่องโดยตรงและมี Spread ของตัวเอง ตัวเลขที่คำนวณด้วยมือจึงอาจต่างเล็กน้อย เมื่อคุณเทรดคู่ Cross อย่าง GBP/JPY ราคาจะได้รับผลจากปัจจัยของทั้งอังกฤษและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ GBP/JPY มักเคลื่อนไหวแรงกว่าคู่หลักหลายคู่
ตะกร้าค่าเงิน (Currency Basket) คืออะไร
ตะกร้าค่าเงิน (Currency Basket) คือกลุ่มสกุลเงินหลายสกุลที่นำมารวมกันโดยให้น้ำหนักแต่ละสกุลต่างกัน เพื่อวัดมูลค่าของสกุลเงินหนึ่งเทียบกับหลายสกุลพร้อมกัน แทนการเทียบทีละคู่
ตะกร้าค่าเงินต่างจากคู่เงินอย่างไร
คู่เงินเปรียบเทียบสองสกุลเท่านั้น เช่น EUR/USD บอกว่าดอลลาร์แข็งหรืออ่อนเทียบกับยูโร แต่ไม่ได้บอกว่าดอลลาร์แข็งค่าเทียบกับทุกสกุล ตะกร้าค่าเงินช่วยตอบคำถามว่า "ภาพรวม" ของสกุลเงินหนึ่งแข็งหรืออ่อน
ใครใช้ตะกร้าค่าเงิน
- ผู้จัดทำดัชนี เช่น ICE ผู้จัดทำ U.S. Dollar Index (DXY) ใช้ตะกร้าเพื่อวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับหลายสกุลเงิน
- ธนาคารกลาง บางแห่งใช้ตะกร้าสกุลเงินของคู่ค้าเป็นกรอบดูแลค่าเงิน เช่น ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ดูแลค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินของคู่ค้า
- เทรดเดอร์ ใช้แนวคิดตะกร้าเพื่อดูความแข็งแกร่งเชิงเปรียบเทียบของสกุลเงิน ในวงการเทรดไทย บางครั้งคำว่า "ตะกร้าค่าเงิน" ใช้เรียกเครื่องมือวัดความแข็งแกร่งของค่าเงิน (Currency Strength Meter) ด้วย
Weighting (น้ำหนัก) คือสัดส่วนที่กำหนดว่าแต่ละสกุลเงินมีผลต่อค่าตะกร้ามากน้อยเท่าใด สกุลเงินที่มีน้ำหนักมากจะทำให้ค่าตะกร้าเปลี่ยนมากเมื่อมันเคลื่อนไหว
DXY ตัวอย่างของตะกร้าค่าเงิน
U.S. Dollar Index (DXY) วัดค่าดอลลาร์สหรัฐเทียบกับ 6 สกุลเงิน ตามน้ำหนักที่ ICE เผยแพร่ดังนี้
| สกุลเงิน | น้ำหนักใน DXY |
|---|---|
| ยูโร (EUR) | 57.6% |
| เยนญี่ปุ่น (JPY) | 13.6% |
| ปอนด์อังกฤษ (GBP) | 11.9% |
| ดอลลาร์แคนาดา (CAD) | 9.1% |
| โครนาสวีเดน (SEK) | 4.2% |
| ฟรังก์สวิส (CHF) | 3.6% |
ที่มา: ICE U.S. Dollar Index brochure ตรวจสอบ 24 ก.ย. 2026 ตามเอกสารของ ICE องค์ประกอบเปลี่ยนเพียงครั้งเดียวตั้งแต่ปี 1973 คือเมื่อยูโรเข้ามาแทนสกุลเงินยุโรปหลายสกุลในปี 1999
- DXY ไม่ใช่คู่เงิน แต่เป็นดัชนีที่คำนวณจากหลายสกุลเงิน
- DXY ไม่ได้สะท้อนค่าดอลลาร์เทียบกับทุกสกุลเงินในโลก เพราะไม่มีสกุลเงินอย่างหยวนจีน เปโซเม็กซิโก หรือดอลลาร์ออสเตรเลีย
- ยูโรมีน้ำหนักมากกว่าครึ่ง DXY จึงมักเคลื่อนไหวสวนทางกับ EUR/USD ในหลายช่วง
- DXY ช่วยให้เห็นภาพรวมของ USD แต่ใช้แทนการวิเคราะห์แต่ละคู่ไม่ได้ เช่น ดอลลาร์อาจแข็งค่าเทียบเยนแต่อ่อนค่าเทียบดอลลาร์ออสเตรเลียในวันเดียวกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างคู่เงิน (Currency Correlation)
Currency Correlation คือค่าที่บอกว่าคู่เงินสองคู่มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันหรือตรงข้ามกันแค่ไหน วัดด้วยค่าสัมประสิทธิ์ระหว่าง −1 ถึง +1
- Positive correlation (ใกล้ +1): สองคู่มักเคลื่อนไหวไปทางเดียวกัน
- Negative correlation (ใกล้ −1): สองคู่มักเคลื่อนไหวสวนทางกัน
- Correlation ใกล้ 0: การเคลื่อนไหวของสองคู่ไม่มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจน
ตัวอย่างเชิงแนวคิด
| คู่เงิน | ความสัมพันธ์ที่พบได้ในหลายช่วง | เหตุผลเบื้องต้น |
|---|---|---|
| EUR/USD กับ GBP/USD | มักเป็นบวก | ทั้งสองคู่มี USD เป็น Quote และเศรษฐกิจยุโรปกับอังกฤษเชื่อมโยงกัน |
| EUR/USD กับ USD/CHF | มักเป็นลบ | USD อยู่คนละฝั่งของคู่ และยูโรกับฟรังก์สวิสมักเคลื่อนไหวคล้ายกัน |
| AUD/USD กับ NZD/USD | มักเป็นบวก | ได้รับผลจากปัจจัยภูมิภาคและ Risk sentiment ใกล้เคียงกัน |
ตารางนี้เป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ไม่ใช่ค่าที่คำนวณ ความสัมพันธ์จริงต้องคำนวณจากข้อมูลราคาในช่วงเวลาและ Timeframe ที่ระบุ
สิ่งที่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับ Correlation
Correlation ไม่ใช่ค่าคงที่ ความสัมพันธ์เปลี่ยนตามช่วงเวลา Timeframe และสภาวะตลาด คู่ที่เคยเคลื่อนไหวไปทางเดียวกันอาจแยกทางกันเมื่อมีข่าวเฉพาะของประเทศใดประเทศหนึ่ง
Correlation ไม่ได้แปลว่าเป็นเหตุและผล สองคู่อาจเคลื่อนไหวคล้ายกันเพราะมีปัจจัยร่วม เช่น USD ไม่ใช่เพราะคู่หนึ่งทำให้อีกคู่เปลี่ยน
ระวัง Exposure ซ้ำ ถ้าคุณซื้อ EUR/USD และซื้อ GBP/USD พร้อมกัน ทั้งสองสถานะคือการขาย USD เหมือนกัน หาก USD แข็งค่าขึ้นอย่างกว้าง ทั้งสองสถานะอาจขาดทุนพร้อมกัน ขนาดความเสี่ยงรวมขึ้นอยู่กับขนาดสถานะ ทิศทาง ความผันผวน และ Correlation ณ เวลานั้น ไม่ได้เพิ่มเป็นสองเท่าเสมอไป
คู่ที่สวนทางกันไม่ได้ Hedge กันได้สมบูรณ์ การซื้อ EUR/USD คู่กับการซื้อ USD/CHF อาจหักล้างความเสี่ยงของ USD บางส่วน แต่คุณยังรับความเสี่ยงระหว่างยูโรกับฟรังก์ และ Correlation อาจเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้ อ่านเพิ่มเติมเรื่องการป้องกันความเสี่ยงในตลาดฟอเร็กซ์
ก่อนเปิดสถานะใหม่ ให้ถามตัวเองว่าสถานะนี้เพิ่มความเสี่ยงให้สกุลเงินเดิมที่คุณถืออยู่แล้วหรือไม่
คู่เงินคู่ไหนเคลื่อนไหวมาก
ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะความผันผวนของแต่ละคู่เปลี่ยนตามช่วงเวลาและสภาวะตลาด แต่มีรูปแบบที่พบบ่อยดังนี้
- คู่ที่มีปอนด์หรือเยน เช่น GBP/USD และ GBP/JPY มักเคลื่อนไหวเป็นช่วงกว้างกว่าคู่หลักอย่าง EUR/USD ในหลายช่วงเวลา
- คู่ Exotic อาจเคลื่อนไหวแรงมากจากเหตุการณ์ภายในประเทศ และ Spread มักกว้าง
- ช่วงที่ Session ทับซ้อนกัน โดยเฉพาะลอนดอน–นิวยอร์ก ตลาดมักมีปริมาณซื้อขายสูงและราคาเคลื่อนไหวมากขึ้น
- วันประกาศข่าวสำคัญ เช่น การประชุมธนาคารกลางหรือข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ มักทำให้ความผันผวนเพิ่มขึ้นชั่วคราว
ความผันผวนสูงทำให้ราคาเคลื่อนไหวเป็นระยะมากขึ้นทั้งด้านที่เป็นประโยชน์และด้านที่ขาดทุน ส่วนความผันผวนต่ำก็ไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงต่ำ เพราะราคาอาจกระโดดเมื่อมีข่าวไม่คาดคิด ดูช่วงเวลาที่แต่ละตลาดเปิดได้ที่เวลาเปิดทำการของตลาด Forex

วิธีเลือกคู่เงินให้เหมาะกับ Session และ Trading Style
เลือกตามช่วงเวลาที่คุณติดตามได้ (เวลาไทย)
| ช่วงเวลาที่คุณว่าง | Session ที่เปิด | คู่หลักที่มักคึกคัก |
|---|---|---|
| เช้ามืด–เช้า (03:00–09:00 น.) | ซิดนีย์ / เวลลิงตัน และต้นโตเกียว | AUD/USD, NZD/USD, USD/JPY |
| กลางวัน (07:00–16:00 น.) | โตเกียว | USD/JPY, AUD/USD, NZD/USD |
| บ่าย–ค่ำ (14:00/15:00 น. เป็นต้นไป) | ลอนดอน | EUR/USD, GBP/USD, USD/CHF |
| ค่ำ–ดึก (19:00/20:00 น. เป็นต้นไป) | นิวยอร์ก (ทับซ้อนลอนดอนราว 4 ชั่วโมง) | EUR/USD, GBP/USD, USD/CAD, USD/CHF |
เวลาโดยประมาณ ช่วง Summer/Winter ต่างกันราว 1 ชั่วโมง ตรวจสอบ 24 ก.ย. 2026
เลือกตาม Trading Style
| Style | สิ่งที่ควรให้น้ำหนัก | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| Scalping | Spread และต้นทุนต่อรายการ เพราะเปิด–ปิดสถานะบ่อย | Spread ที่กว้างขึ้นช่วงข่าวกระทบต้นทุนโดยตรง |
| Day Trading | ช่วงเวลาที่ตลาดคึกคักและปฏิทินข่าวในวันนั้น | ไม่ควรถือสถานะผ่านข่าวสำคัญโดยไม่มีแผน |
| Swing Trading | ปัจจัยพื้นฐานระยะกลางและค่า Swap เมื่อถือข้ามคืน | ความเสี่ยงราคากระโดดช่วงสุดสัปดาห์และข้ามคืน |
ไม่มีคู่เงินใดที่ "ดีที่สุด" สำหรับ Style ใดโดยไม่มีเงื่อนไข คู่เดียวกันอาจเหมาะกับกลยุทธ์หนึ่งในเดือนนี้ และไม่เหมาะในเดือนหน้าเมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยน

7 ขั้นตอนเลือกคู่เงิน Forex
เลือก Session ที่คุณติดตามได้จริง ถ้าคุณว่างเฉพาะช่วงค่ำ คู่ที่คึกคักช่วงเช้าอาจไม่เหมาะ
เลือกปัจจัยเศรษฐกิจที่คุณเข้าใจ ใช้ตาราง "จากปัจจัยสู่การเลือกคู่เงิน" เป็นจุดเริ่ม
ตรวจ Spread และเงื่อนไขการเทรด ของบัญชีที่คุณใช้ ทั้ง Spread ค่าคอมมิชชัน และ Swap
ตรวจความผันผวน ดูว่าช่วงราคาที่คู่นั้นเคลื่อนไหวต่อวันเหมาะกับขนาดสถานะและจุดตัดขาดทุนของคุณหรือไม่
ตรวจ Correlation กับสถานะที่ถืออยู่ เพื่อไม่ให้รับความเสี่ยงของสกุลเงินเดียวซ้ำโดยไม่ตั้งใจ
ฝึกบนบัญชีทดลองก่อนใช้เงินจริง เพื่อดูพฤติกรรมราคาในช่วงเวลาที่คุณเทรดจริง
จำกัดจำนวนคู่ที่ติดตามในช่วงเริ่มต้น การติดตาม 1–2 คู่ช่วยให้เข้าใจปัจจัยของคู่นั้นลึกขึ้น
คู่เงิน Forex สำหรับมือใหม่ควรพิจารณาอะไร
ไม่มีคู่เงินที่เทรดง่ายหรือปลอดภัยสำหรับมือใหม่ แต่มีเกณฑ์ที่ช่วยลดความซับซ้อนในการเรียนรู้
- สภาพคล่องสูง คู่หลักอย่าง EUR/USD หรือ USD/JPY มักมี Spread แคบกว่าและราคาต่อเนื่องกว่าคู่ Exotic
- ข้อมูลให้ศึกษามาก คู่หลักมีบทวิเคราะห์ ข่าว และปฏิทินเศรษฐกิจภาษาไทยให้ติดตามมากกว่า
- ปัจจัยน้อย คู่ที่ขับเคลื่อนด้วยธนาคารกลางสองแห่งเป็นหลักมักติดตามง่ายกว่าคู่ที่ต้องดูสินค้าโภคภัณฑ์หรือเศรษฐกิจประเทศที่สามด้วย
- เวลาตรงกับชีวิตประจำวัน คู่ที่คึกคักในช่วงที่คุณว่างช่วยลดการเฝ้าจอดึกเกินไป
- เข้าใจ Leverage ก่อนเริ่ม เลเวอเรจ ขยายทั้งกำไรและขาดทุน และมีผลต่อมาร์จิ้นที่ต้องใช้
แม้คู่ที่มีสภาพคล่องสูงก็อาจเคลื่อนไหวรุนแรงได้ในวันที่มีข่าว ศึกษาความเสี่ยงที่มือใหม่มักพบได้ที่10 ความเสี่ยงของการเทรด Forex และเริ่มจากพื้นฐานที่วิธีเทรด Forex สำหรับมือใหม่
เทรดคู่เงิน Forex CFD กับ TMGM
เมื่อเทรดคู่เงินกับ TMGM คุณเทรดผ่านสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) ซึ่งเป็นการตกลงแลกเปลี่ยนส่วนต่างของราคาคู่สกุลเงินตั้งแต่เปิดจนถึงปิดสัญญา โดยไม่ได้เป็นเจ้าของสกุลเงินพื้นฐาน หากราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คาดไว้ คุณจะได้กำไร หากสวนทาง คุณจะขาดทุน
CFD เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เลเวอเรจและมีความเสี่ยงสูง ไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกคน เลเวอเรจขยายทั้งกำไรและขาดทุน คู่เงินที่มีสภาพคล่องสูงไม่ได้หมายความว่ามีความเสี่ยงต่ำ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต ก่อนเทรดควรเข้าใจความเสี่ยงและพิจารณาว่าเหมาะกับวัตถุประสงค์และสถานะทางการเงินของตนเองหรือไม่
สรุป เลือกคู่เงิน Forex จากอะไร
คู่เงินที่นิยมเทรดมากที่สุดคือ 7 คู่เงินหลักที่มีดอลลาร์สหรัฐอยู่ด้วย ได้แก่ EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD, AUD/USD, USD/CAD, USD/CHF และ NZD/USD คู่กลุ่มนี้มักมีสภาพคล่องสูงและ Spread แคบกว่าคู่ Cross และ Exotic แต่แต่ละคู่มีธนาคารกลาง ปัจจัยขับเคลื่อน และช่วงเวลาที่คึกคักต่างกัน ส่วน XAU/USD เป็นราคาทองคำ ไม่ใช่คู่เงินหลัก
การเลือกคู่เงินจึงควรเริ่มจาก Session ที่คุณติดตามได้จริงและปัจจัยเศรษฐกิจที่คุณเข้าใจ จากนั้นตรวจ Spread ความผันผวน และ Correlation กับสถานะที่ถืออยู่ ฝึกบนบัญชีทดลองก่อนใช้เงินจริง และจำไว้ว่าคู่ที่มีสภาพคล่องสูงหรือผันผวนต่ำก็ยังมีความเสี่ยงสูงเมื่อใช้ Leverage


















